Showing posts with label แพทย์ทางเลือก. Show all posts
Showing posts with label แพทย์ทางเลือก. Show all posts

Wednesday, January 7, 2015

แกว่งแขนรักษาโรค

แชร์ประสบการณ์ "การแกว่งแขน" น่าอ่านมาก
ผมเป็นคนนอนไม่ค่อยหลับ และความดันโลหิตสูง ผมเกือบตายเพราะเชื่อหมอสมัยใหม่ จนต้องเข้าห้องไอซียูเป็นเวลา 7 วัน หลังจากนั้นผมเสื่อมศรัทธาหมอสมัยใหม่ ผมจำเป็นต้องมีทางออก มิ.ย. 2547

ภรรยาผมที่เป็นทันตแพทย์มาบอกผมว่ามีคนไข้ที่
เป็นโรคความดันโลหิตสูงและคอเรสตรอรอลสูง ได้หายจากโรคดังกล่าวภายใน 3 เดือน โดยการแกว่งแขน 2,000 ครั้งต่อวัน ทุกวัน ผมไม่ค่อยสนใจเท่า ไหร่ เพราะไม่รู้ว่าแกว่งแขนอย่างไร

ก.ค. 2547 ผมได้ไปงานวันเกิดของลุงของภรรยา ลุงอายุ 83 ปี แต่สุขภาพและท่าทาง ไม่ต่างจาก คนอายุ 40 ปี เคลื่อนไหวว่องไว พูดจาเสียงดัง ฟังชัด มิหนำซ้ำยังขับรถ ไปไหมมาไหนเอง ผมก็เลยถามลุงว่าลุงมีเคล็ดลับในการบำรุงสุขภาพอย่างไร ? ลุงบอกว่า ลุงแกว่งแขนวันละ 1,000 ครั้ง ทุกวัน

ผมก็เริ่มสนใจว่าการแกว่งแขนเป็นอย่างไร ก็เลยเดินหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ บังเอิญโชคดี ไปเจอในร้านหนังสือเล็ก ราคา 20 บาท แล้วผมก็ฝึกการแกว่งแขนตามหนังสือช่วง 15 นาที ก่อนนอน จำนวน 1,000 ครั้งทุกวัน ผมนอนหลับได้สนิททุกคืน มิหนำซ้ำยังต้องนอนกลางวันหลังอาหารเที่ยงอีก

อาการอีกอย่างคือเหนื่อยง่าย ซึ่งผมได้กลั้นหายใจในขณะแกว่งแขน ประมาณ 30 รอบของการแกว่งแขน ทุกๆการแกว่งแขน 100 ครั้ง จากนั้นก็ปล่อยลมหายใจออกมา ผมรู้สึกความร้อนวิ่งจากต้นคอขึ้นไปทั่วสมอง นี่หรือเปล่าที่ทำให้เส้นเลือดในสมองได้มีโอกาส ออกกำลังกายคือให้มีการยืดหยุ่น ทำให้รักษาความดันโลหิตสูง ขณะเดียวกัน อาการเหนื่อยง่ายของผมก็หายไป

ผมได้แชร์ประสบการณ์นี้ให้คุณพิชัย ซึ่งเขาเป็นโรคปัสสาวะไม่สุด และภรรยาเขา เป็นโรคนอนไม่หลับสนิทคือนอนได้ 2-3 ชั่วโมง แล้วก็ตื่น พอเขาไปแกว่งแขน 1,000 ครั้งต่อวัน สม่ำเสมอ

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ผมก็เจอคุณพิชัยอีก ผมก็ถามอาการปัสสาวะไม่สุดของเขาอีก ปรากฏว่าเขาลืมปัญหานี้ไปแล้ว เพราะมันหายไปตั้งแต่สองวันแรกที่เขาแกว่งแขน ขณะเดียวกัน ภรรยาเขาก็นอนหลับ ได้สนิททุกคืน ปัจจุบันทั้งคู่ก็ยังคงแกว่งแขนวันละ 1,000 ครั้ง และคุณพิชัยได้ไปเหมาหนังสือนี้ ทั้งหมดที่สำนักพิมพ์มีอยู่ เพื่อนำไปแจกเพื่อนๆ

อีกคนหนึ่งคือคุณธานี ซึ่งผมได้บอกเรื่องการแกว่งแขนให้เขาฟัง แล้วเขาก็เอาไปบอกให้พ่อเขาซึ่งมีอาการปวดเข่า หลังจากนั้นประมาณ 3 วัน พ่อเขาก็หายจาก อาการดังกล่าว เพราะการแกว่งแขน ซึ่งผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ บางครั้งคนเราอาจ จะอุปโลกขึ้นมาเพื่อหลอกตัวเองก็ได้

นี่เป็นประสบการณ์จริงที่ไม่มีการเสริมแต่งใดๆ เพราะผมไม่ได้ผลประโยชน์ใดๆจากการเผยแพร่
ประสบการณ์นี้ นอกจากการได้ช่วยให้ญาติมิตร หายจากการเป็นโรคต่างๆ โดยไม่ต้องกินยาของพวกฝรั่ง ที่มีผลข้างเคียงระยะยาว

วิธีการแกว่งแขน
ยืนแยกเท้าเท่าความกว้างของไหล่ ย่อเข่าเล็กน้อย แขนทั้งสองแนบลำตัว ปลายลิ้นแตะเพดานบน จากนั้นยกแขนทั้งสองไปข้างหน้า แล้วผลักแขนทั้งสองไปข้างหลัง แล้วให้แขนกลับมาเองโดยธรรมชาติ เหมือนกับลูกตุ้มนาฬิกา ไม่ช้า ไม่เร็วเกินไป บริเวณลำคอและไหล่ควรจะผ่อนคลาย หลับตาเพ่งสมาธิไปกับการนับจำนวนครั้งในการแกว่งแขน ทุกๆ 100 ครั้งของการแกว่ง ควรจะมีการกลั้นลมหายใจ จำนวน 30 ครั้ง ของการแกว่ง ควรจะแกว่งแขนต่อเนื่องกันวันละ 500 ครั้งสำหรับผู้ที่ต้องการให้ร่างกายแข็งแรง และ 1,000 ครั้ง ต่อวัน สำหรับผู้มีโรคประจำตัว

เวลาในการแกว่งที่ดีที่สุดคือก่อนอาบน้ำตอนเย็น หลังการแกว่งทุกครั้ง ฝ่ามือทั้งสองจะมีพลังงาน สะสมอยู่ ให้เอาฝ่ามือทั้งสองถูกันให้เกิดความร้อน แล้วไปลูบบริเวณที่เราต้องการรักษา เช่น หัวใจ ท้อง หรือจมูกคอเมื่อเป็นหวัด

จาก นายสามารถ ล.สกุล
โทร.02-987-5843 (บ้าน) , 081-173-0886 มือถือ

Saturday, October 25, 2014

รวมคลิปหายโรคโดยไม่ต้องใช้ยา

" หมอต้น " น.พ.  นิพันธ์พงศ์ พานิช ( จบทางด้าน ความงาม จากสหรัฐ ) ปัจจุบัน เป็นแพทย์ทางเลือก " แผนไทยประยุกต์ " ด้วยสมุนไพรไทย

หายจาก โรคภัย ไข้เจ็บต่างๆ ทั้งหมด... โดยไม่ต้อง ใช้ยา... โดย ไม่ต้อง ผ่าตัดเลย...
ด้วยการปฎิวัติ การใช้ชีวิต และ อาหารการกิน... โภชนาบำบัด และ ธรรมชาติบำบัด...
หายจากทุกๆ โรคได้ และมีสุขภาพที่แข็งแรง...

1)  " ปัญหา โรคไต ในคนไทย "  


2)  " ดูแลไต ไม่ให้ป่วย "  
 

3)  " โรคไต คนไทย ต้องหาย " 
 

4)  " เบาหวาน หายได้ ง่าย นิดเดียว "  
 

5)  " โรคเบาหวาน หายขาดได้ "  
     

6)  " ตอน 3 โรคเรื้อรัง ของ คนเมือง "  
 

7)  " ทำอย่างไร ให้คนไทย หายจาก โรคเรื้อรัง "  
 

8)  "ติดตามผล คนไทย สู้ภัย เบาหวาน"
 

9)  " หมอต้น กับ ทอล์คโชว์ สุขภาพ "  
 

10)  " หมอต้น ตอบคำถาม "  


11)  " เตือนภัย ไขมัน ตกค้าง ในร่างกาย "  


12)  " โครงการ ตำรับ สมุนไพรไทย แก้ปัญหา โรคหัวใจ และ ความดัน "  
 

13)  " ปรับความดัน ปรับชีวิต "  
 
 
14)  " ติดตามผล คนไทย หายป่วย จากโรค หัวใจ และ หลอดเลือด "  
 

15)  " อะไร ? ทำให้ คนไทย ป่วยด้วยโรค มะเร็ง "  
 
   
16)  " เหตุใด คนไทย ป่วยด้วย โรคมะเร็ง "  
 

17)  " สมุนไพร รักษาโรค ไทรอยด์ "  
 

18)  " เข่าเสื่อม โรคทรมาน ของผู้สูงอายุ "  
 
 
19)  " โรคข้อเข่า อักเสบเสื่อม ในผู้สูงอายุ "  


20)  " การจัด กระดูก "  
 
     
21)  " การจัด โครงสร้าง กระดูก ด้วยวิธีการ ทางแพทย์ แผนไทย "  
 

22)  " ล้างใจ ก่อนคิด ไปล้างพิษ "  
 
   
23)  " สมุนไพรไทย สู้ภัย ภูมิแพ้ "  

     
24)  " อากาศ บริสุทธิ์ ยา อายุวัฒน ขนานเอก "  

 
25)  " โอโซน จากทะเล "  

 
26)  " น้ำดื่ม..ดื่มน้ำ "  

 
27)  " แคลเซียม จำเป็น ต้องเสริม หรือไม่ ?"  


Wednesday, June 20, 2012

การคีโมช่วยรักษามะเร็ง ได้จริงหรือ


ข้อมูลที่ได้จาก Facebook ของ MarketingGun หัวข้อ "เรื่องจริงที่ หมอ ไม่ได้บอก......(คีโม กับ คีโม กับ มะเร็ง)"  ได้ให้ความรู้ในเรื่องของการทำคีโมรักษาโรคมะเร็ง เขียนไว้ได้อย่างน่าสนใจ และเข้าใจง่าย น้ำใจเชื่อว่าหลายคนที่กำลังเป็นมะเร็งอยู่ หรือมีญาติ หรือคนรู้จัก ทุกข์ทรมานกับโรคร้ายนี้  และต้องตัดสินใจว่า จะผ่าตัดหรือทำคีโม ฆ่าเซลล์มะเร็งร้ายนี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่

การแพทย์ทางเลือก เช่นการใช้สมุนไพรรักษาโรค มันช่างดูไม่เป็นวิทยาศาสตร์ และไม่ทันใจเอาเสียเลย การแพทย์สมัยใหม่ ใช้ฉีดสารเคมีเข้าช่วย เพื่อฆ่าเนื้อร้าย (แต่เนื้อดีก็ตายไปด้วย) จึงเป็นทางเลือกที่หลายคนตัดสินใจจะลองดู

หากเราบอกว่า แพทย์ทางเลือก สมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง มีตัวอย่างให้เห็น ว่าช่วยได้ หายจริง ไร้ผลข้างเคียง

หากเราบอกว่า แพทย์สมัยใหม่ ที่ใช้เคมีบำบัด ที่ดูเหมือนว่า จะมีคนเป็นมะเร็ง รักษา "หาย" ได้ด้วยคีโม แต่ก็ต้องเสี่ยงกับผลข้างเคียง ที่มีมากมาย ดังบทความข้างล่างนี้

ลองอ่านดู บทความข้างล่างนี้ จะให้ข้อมูลที่เป็นสาระประโยชน์ เกี่ยวกับโรคมะเร็ง และการดูแลรักษาตัว ให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งได้อย่างง่ายๆ  แล้วจึงค่อยตัดสินใจ ว่าท่านจะเลือกทางใด ชีวิตเป็นของท่าน ทางเลือกเป็นของท่าน ท่านต้องเลือกเอง และยอมรับกับผลที่เกิดขึ้น

คีโมกับมะเร็งและการดำรงชีวิต

หลังจากหลายปีที่พูดกันว่าการทำคีโมเป็นทางเลือกเดียวที่จะ ลอง และใช้ในการกำจัดโรคมะเร็ง ในที่สุดโรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินส์ก็เริ่มแนะนำถึงทางเลือกอื่นๆอีก

ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งจาก รพ.จอห์น ฮอพกินส์

1. ทุกๆ คนมีเซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลล์มะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐาน จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล(1,000,000,000 เซลล์ เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้ว มันหมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลล์มะเร็งได้เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอ จนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น

2. เซลล์มะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง 6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆ หนึ่ง

3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลล์มะเร็งจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก

4. เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็ง มันกำลังบอกว่าคนๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆ ในการดำรงชีวิต

5. เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่อง หลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น

6. การทำคีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลล์มะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วแต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทำลายเซลล์ที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูก ทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ

7. การบำบัดโดยคีโม และการฉายรังสีมักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆ  อย่างไรก็ตามถ้าทำไปนานๆ พบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลล์เนื้องอก

8. เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโม หรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันอาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง ดังนั้นคนๆ นั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

9. การทำคีโมและการฉายรังสีอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลล์มะเร็งกลายพันธุ์ ดื้อยา และยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลล์มะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย

10. วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็ง คือการไม่ให้เซลล์มะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัวอะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลล์มะเร็ง

ก. น้ำตาล คือ อาหารของมะเร็ง การตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลล์มะเร็ง สารทดแทนน้ำตาล อย่างเช่น "นิวตร้าสวีต" "อีควล" "สปูนฟูล" ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวานซึ่งเป็นอันตราย สารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่า คือน้ำผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อย แต่ในปริมาณน้อยๆ เท่านั้น เกลือสำเร็จรูป ก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้  "แบรก อมิโน" หรือ เกลือทะเล แทน
ข. นม เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็งจะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก การใช้นมถั่วเหลือง ชนิดไม่หวาน แทนนม จะทำให้เซลมะเร็งไม่ ได้รับอาหาร
ค. เซลล์มะเร็งเติบโตได้ดี ในภาวะแดล้อมที่เป็นกรด อาหารจำพวก เนื้อ จะสร้างสภาวะกรดขึ้น ดังนั้นจึงควรหันไปรับประทาน ปลา จะดีที่สุด รองลงไปคือรับประทาน ไก่ แทนเนื้อและ หมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อ ฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์ และเชื้อปรสิต บางประเภทตกค้างอยู่ ซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง
ง. อาหารที่ประกอบด้วยผักสด 80% และน้ำผลไม้ พืช จำพวกหัวเมล็ดถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้จำนวนเล็กน้อยจะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง อาหารอีก20% อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่ว น้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมทราบสู่ระดับเซลล์ภายใน 1 นาที เพื่อบำรุงร่างกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ดี เพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลล์ที่ดี ให้พยายามดื่มน้ำผักสด ( ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่วที่มีหน่อหรือต้นอ่อน) และรับประทานผักสดดิบ 2-3 ครั้งต่อวัน  เอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ 140 องศา F (ประมาณ 4 องศา C)
จ. ให้หลีกเลี่ยง กาแฟ น้ำชา และช๊อกโกแลต ซึ่งมี คาเฟอีนสูง  ชาเขียว ถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง น้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซิน และโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรดให้หลีกเลี่ยง

11. โปรตีนจากเนื้อ จะย่อยยาก และต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อย เนื้อสัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารจะเกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้น

12. ผนังของเซลล์มะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้ การงด หรือ การรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลงจะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอ มาใช้โจมตีกำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลล์มะเร็ง และช่วยให้ เซลล์ของร่างกายสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น

13. สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ( สาร IP6 [inositol hexaphosphate หรือ phyti acid], สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์ , วิตามิน , เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลล์ของร่างกายสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น สารอาหารอื่นๆ เช่น วิตามินอี เป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตายลงของเซลล์ หรือ กำหนดระยะเวลาการตายของเซลล์ ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการ กำจัดเซลล์ที่ถูกทำลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป

14. มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์ กับ จิตใจ  ร่างกาย และจิตวิญญาณ การป้องกันเชิงรุก และ การคิดในเชิงบวก จะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็ง.... ความโกรธ การไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจ จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้น ให้เรียนรู้ที่จะมีความรักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัย เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต

15. เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจำนวนมาก การออกกำลังกายทุกวัน และการหายใจลึกๆ จะช่วยให้ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้น ลงไปจนระดับเซลล์ การบำบัดด้วยอ๊อกซิเจนถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการทำลาย เซลล์มะเร็ง

( กรุณาช่วย Forward ไปยังบุคคลที่คุณรักและห่วงใย )
นี่คือเรื่องที่คุณควรส่งออกไปให้คนที่มีความสำคัญกับชีวิตคุณได้รับรู้รับทราบ