Sunday, October 7, 2018

42 เคล็ดลับการลงทุน … โจ ลูกอีสาน

“ผมเรียนไม่เก่ง จบเกรดเฉลี่ย 2.56”
.
เป็นคำเกริ่นนำของพี่โจ ลูกอีสาน ในงานสัมมนาการกุศล VI Know How Charity ครั้งที่ 6 แต่ก็เป็นพี่โจที่สามารถเปลี่ยนหลักในพอร์ตจากเงินเริ่มต้นไม่ถึงล้านเมื่อ 20 ปีที่แล้วมาเป็นหลายหลักจนนับไม่ถูกในวันนี้ พี่โจมาแบ่งปันเคล็ดลับดี ๆ  42 ข้อในการลงทุน ที่พี่โจบอกว่าเป็น “คำแนะนำธรรมดา เพื่อกำไรที่ไม่ธรรมดา” มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

1) การลงทุนแบบ VI คือ วิธีการเปลี่ยนชนชั้นที่เป็นไปได้มากที่สุด
.
เปรียบเทียบกับการสร้างธุรกิจที่ต้องรู้ทุกอย่าง แต่การลงทุนเราเก่งแค่เฉพาะบางจุดก็พอแล้ว ที่จะทำให้เราเปลี่ยนชนชั้นได้ ที่สำคัญคือเปลี่ยนจากล่างขึ้นบนนะ ไม่ใช่บนลงล่าง
.
2) ความสำเร็จที่ทุกคนเห็น ซ่อนเร้นเบื้องหลังที่ยากลำบาก
.
การที่จะรวยเร็ว ๆ ง่าย ๆ ไม่มีทาง พี่โจต้องใช้เวลา 20 ปี ในการลงทุนจนประสบความสำเร็จ พี่โจบอกว่า เราต้องทำตัวให้สมควรที่จะได้รับมันถึงจะยุติธรรม ปัญหาคือ จะมีสักกี่คนที่ลงมือทำแบบนี้ (แต่ถ้าใครทำงานหนักแล้วยังไม่รวย ลองพิจารณาดูว่าเราทำผิดวิธีหรือเปล่า)
.
3) คุณภาพ / ราคา = ความคุ้มค่า
.
นี่คือจิตวิญญาณของ VI ถ้าเจอหุ้นดีราคาถูก ต้องซื้อให้เยอะ แต่ถ้าเจอหุ้นแย่ ราคาแพง ต้องขายให้ไว
.
4) VI ไม่ใช่แค่ “วิธี” แต่เป็น “ปรัชญา”
.
คุณจะไม่มีวันทำได้ดี ถ้าไม่ได้ทำออกมาจาก “ใจ”
.
5) ความเชื่อต้องฝังเข้าไปในกระดูก เลือด และเส้นเอ็น
.
จะเป็น VI ต้องผ่านข้อนี้ให้ได้ ต้องเข้าใจว่า หุ้นและธุรกิจ คือสิ่งเดียวกัน มันจะเป็นยันต์เสื้อเกราะคุ้มครองเราไปตลอดชีวิต
.
6) ครึ่งหนึ่งของการลงทุนให้สำเร็จอยู่ที่การเลือกอาจารย์ให้ถูกคน
.
ให้ระมัดระวังการเลือก “Idol” เพราะเค้าจะเป็นต้นทางในการลงทุนให้เรา การเลือกผลไม้พิษย่อมให้ผลที่เป็นพิษ เลือกแนวคิดที่ผิดย่อมไปไม่ถึงจุดหมาย พี่โจแนะนำให้ไปดูหนังสือ “The world 99 Greatest Investors” เกินครึ่งของนักลงทุนในหนังสือเล่มนี้ที่ประสบความสำเร็จ ลงทุนแบบ VI รวมถึงดร.นิเวศน์ ก็เป็นตัวอย่างนึงในหนังสือเล่มนี้ด้วย
.
7) เสือทุกตัวย่อมมีเส้นทางของมัน
.
เราเลือกอาจารย์ถูกคนแล้ว แต่ไม่จำเป็นว่าเราต้องเดินตามหรือซื้อหุ้นตามอาจารย์ทุกอย่าง แต่เราควรเชื่อมั่นในแนวทางหรือแบบแผนที่เราเป็นมากกว่า อย่างพี่โจเองก็ไม่เคยซื้อหุ้นตามดร.นิเวศน์เลย แต่ก็มีแอบแซวว่าดร. มีหุ้นเหมือนพี่โจหลายตัวเหมือนกัน
.
8) อุดมการณ์กินไม่ได้ แต่มันทำให้เรารู้ว่า “เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร”
.
พี่โจประกาศชัดเจนมากว่าจะไม่ใช้ Insider ไม่ไป Company Visit จะตามข่าวที่เผยแพร่เป็น Public เหมือนคนทั่วไป ถ้าเราลงทุนแล้วผลตอบแทนไม่ดี อย่าคิดว่าคนอื่นโกงเรา ให้โทษตัวเองก่อนดีกว่า พี่โจบอกว่าใครมี inside อะไรไม่ต้องโทรหาแกนะครับ ไม่ใช่อะไร เดี๋ยวแกหวั่นไหว
..
9) พลังของก้าวย่าง (พี่ตูน)
.
คือเรื่องของ “ระยะเวลา” เป็นหนึ่งตัวแปรของสมการการทบต้น (เงินต้น ผลตอบแทน และระยะเวลา) พี่โจบอกว่า เราไม่จำเป็นต้องเสี่ยง แค่อาศัยความอึด เดินทางหมื่นลี้ก็ต้องเริ่มทีละก้าว เราจะไม่ถึงจุดหมายได้อย่างไร ถ้าเราไม่หยุดเดิน เหมือนกับที่พี่ตูนย่างก้าวไปเรื่อย ๆ ทุกวันจนถึงเส้นชัย
.
10)  อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
.
คบหาพูดคุยกับคนกลุ่มเดียวกัน เติมพลังให้กัน บางทีการอ่านหนังสือ บทกวี หรือฟังเพลง ก็ให้กำลังใจเราได้
.
11) ข้อนี้ไม่มี พี่โจน่าจะตกหล่นไป เข้าใจได้เพราะแกนั่งทำสไลด์ถึง 5 ทุ่ม
.
12) อย่าติดกับดักปันผล
.
VI หลายคนหวังปันผล ตายมาเยอะแล้ว เพราะปันผลมันมาจากกำไรในอดีต บางครั้งมาจากกำไรพิเศษ หรือกำไรที่ดีเกินจริงในปีนั้น บางที Capital Gain มันลงมากกว่าปันผลที่ได้รับซะอีก เราต้องมองว่า คุณภาพของปันผลคือสิ่งที่เราต้องการ ต้องดูหุ้นที่ปันผลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และคาดการณ์ได้ แบบนี้ถึงจะปลอดภัย
.
13) หุ้นคุณฆ่า VI คือ หุ้นวัฏจักร
.
ปัญหาแรกเลยคือ นักลงทุนไม่รู้ว่าเป็น หุ้นวัฏจักร กำไรมันมาเป็นรอบ ๆ เราดันไปซื้อหุ้นตอนที่มันดีกว่าปกติ เราไม่รู้ว่าจุดที่ดีที่สุดกลับกลายเป็นอันตรายที่สุด และเราก็จะขายตอนที่มันแย่กว่าปกติ แล้วมันก็จะเด้งกลับขึ้นไป เรียกว่าครบสูตรเลยทีเดียว เช่น หุ้นพลาสติก ต้นทุนสูงตอนราคาน้ำมันแพง
พี่โจบอกว่า “นักรบทุกคนย่อมมีบาดแผล แต่ขอให่เป็นแผลของคนอื่นดีกว่า”
..
14) คุณภาพของกำไรสำคัญมาก ๆๆๆๆๆ
.
ตลาดจะให้ราคาสูงกับหุ้นที่กำไรเติบโตยั่งยืน และพร้อมกระทืบหุ้นที่คุณภาพกำไรย่ำแย่ เช่น หุ้นอสังหา ตลาดก็จะให้ PE ต่ำ เพราะกำไรมาไม่สม่ำเสมอ
.
15) ทำทะเลให้แคบลง ขังปลาให้อยู่ในสุ่ม แล้วค่อยเอามือจับปลาขึ้นมาง่ายกว่า
.
ตลาดมีหุ้น 700 กว่าตัว ให้เราขจัดหุ้นที่เราไม่เข้าใจ หุ้นที่ผู้บริหารไม่น่าคบ หุ้นที่ติดตามไม่ได้ กำไรเป็นเต่า (คือไม่เติบโต) หุ้นที่อยู่ในกระแส (เพราะราคาจะ price in ไปหมดแล้ว) แล้วเราก็จะเหลือหุ้นอยู่ไม่กี่ร้อยตัวให้มาพิจารณาต่อได้ง่ายกว่า
.
16) อย่าจับจด
.
คือ อย่าเพ่งไปที่ประเด็นเล็ก ๆ ที่ไม่สำคัญ ทำให้พลาดภาพใหญ่ในการลงทุน เช่น หุ้นค้าปลีกบางตัว เคยมีดราม่าเรื่องผู้บริหาร หุ้นสื่อสารบางตัวมีประเด็นเรื่องประมูลคลื่น เราก็ต้องมาดูแบบองค์รวมว่ารับได้มั้ย เพราะไม่มีหุ้นไร้ตำหนิ เราต้องอยู่กับความไม่สมบูรณ์แบบให้ได้
.
17) ซื้อหุ้น PE สูง เหมือนปีนต้นไม้สูง
.
ถ้าพลัดตกลงมาอาจตายได้ แต่ถ้าเป็นหุ้น PE ต่ำ เหมือนเราปีนต้นไม้เตี้ย ตกลงมาก็แค่จุก ซึ่งเราไม่น่าจะเจอ Floor ในหุ้น PE ต่ำ
.
18) In valuation, you don’t have to be accurate
.
เวลาประเมินราคา เราแค่ต้องการตัวเลขคร่าว ๆ อยู่ในกรอบราคา แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องได้ตัวเลขเป๊ะ ๆ และ valuation is dynamic คือ มันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเมื่อเวลาผ่านไปหรือมีเหตุการณ์อะไรผ่านไป ให้คิดว่าทุกอย่างล้วนเป็นอนิจจัง
.
19) การวิเคราะห์หุ้น คือ การวิเคราะห์กำไรว่ามันจะขึ้นหรือลงแค่นั้นเอง
.
ถึงแม้ว่าเราจะวิเคราะห์ผู้บริหาร ดูทุกอย่าง แต่สุดท้ายแม่น้ำทุกสายจะไหลมารวมกันที่ “กำไร” และจะเป็นตัวที่ส่งผลถึงราคาหุ้นในท้ายที่สุด
.
20) โชคชะตาจะเล่นตลกกับเราเสมอ
.
ให้คิดว่า โขคร้านจะมาหาเราคนแรกเสมอ และเราจะดวงซวยที่สุดในโลก ทำให้เราไม่ประมาทและเตรียมหาทางหนีทีไล่เอาไว้ก่อน เช่น หุ้นบางตัวถามผู้บริหารว่ากลัวอะไรที่สุด คำตอบคือ กลัวไฟไหม้ แล้วไฟก็ไหม้โรงงานจริง ๆ ไม่ใช่แค่นั้นเจอน้ำท่วมอีก พี่โจเล่าว่ามีน้องคนนึงตามไป meeting ที่หาดใหญ่กับแกตลอด ถือหุ้นตัวนี้แบบ All-in ใช้ margin ด้วย และอีก 2 เดือนจำเป็นต้องใช้เงิน พอเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบนี้ ราคาหุ้นตกหนัก จนถึงวันนี้น้องคนนั้นก็ไม่ได้ติดต่อพี่โจอีกเลย ใครรู้จักน้องคนนี้ ฝากบอกน้องด้วยครับว่าพี่โจเป็นห่วง ติดต่อหาแกหน่อย
.
21) น้ำท่วมมหาสมุทร หรือ จะสู้เกลือกำมือเดียว
.
“น้ำ” ก็คือข้อมูลข่าวสารที่ไหลบ่ามาท่วมเราตลอดเวลาทั้งจากใน Line, Facebook หรือตามที่ต่าง ๆ แต่นักลงทุน VI ควรโฟกัสสิ่งที่เป็น “เกลือ” นั่นก็คือ กำไรของบริษัทมากกว่า
.
22) “ระยะห่างของเวลา” ทำให้ราคาหุ้นไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานเต็มที่
.
เพราะอนาคตไม่แน่นอนและนั่นทำให้เกิดช่องว่างที่สร้างโอกาสในการลงทุนให้กับเรา ยกตัวอย่างให้เห็นชัดก็คือ หุ้น SF ตอบรับข่าวดีที่ IKEA จะมาเช่าที่เปิดร้าน ราคาหุ้นขึ้นทันที 15% หลังจากนั้นก็ยังขึ้นมาเรื่อย ๆ 30-40% แต่กว่าที่พี่โจจะมาซื้อก็ที่ new high เพราะคิดแล้วว่า โอกาสที่ IKEA จะเจ๊งยากมาก พอซื้อไปราคาก็ตกลงไปซัก 10% แต่สุดท้ายก็ค่อยๆ ไต่ขึ้นมาถึง 40-50% ยิ่งห้างใกล้เปิด คนรู้เยอะขึ้น ราคาก็ขึ้น
.
คือพี่โจจะบอกว่ามันมี Gap เรื่องของการประเมินกำไรใรอนาคต แล้วให้เราเปรียบเทียบกับราคาปัจจุบันดู ว่ามันคุ้มค่ากับเวลาที่ต้องรอคอยมากน้อยแค่ไหน อย่างหุ้นโรงไฟฟ้าตัวนึงที่แกมีและราคาวิ่งขึ้นไปก็ใช้แนวคิดเดียวกัน พี่โจบอกว่าใช้หลักการแบบนี้ในการหาหุ้นอยู่บ่อย ๆ 
.
23) เลิกทาสกันเถอะชาวหุ้น
.
ตื่นเช้าต้องดู Dow Jone ระหว่างวันดู SET Index ตกเย็นดูต่าชาติซื้อหรือขาย สิ่งเหล่านื้คือ “น้ำ” เป็นสิ่งที่ทำให้นักลงทุนคิดและตอบสนองคล้าย ๆ กันในตลาด ซึ่งมันอาจไม่เกี่ยวกับกำไรของหุ้นที่เราสนใจ
.
24) หุ้นเป็นได้แค่ “แฟน” ห้ามแต่งงานด้วย
.
ให้จำไว้ว่า ความผูกพันธ์คือศัตรูของการลงทุน อย่ารักหุ้น เพราะจะทำให้เราตาบอด เราควรร่วมหัว แต่ไม่จมท้าย เหมือนหุ้นอย่าง BEC เคยมี market cap เป็นแสนล้าน แต่วันนี้เหลือแค่หมื่นล้าน
.
25) นักลงทุนไบโพลาร์
.
เราต้องมองโลกในแง่ดีในวันที่มีแต่ความมืดมิด แต่ต้องมองโลกแง่ร้ายในวันที่ทุกอย่างสดใสอย่างไม่น่าเชื่อ ช่วงไหนตลาดดี ๆ ต้องกลัวให้เยอะ แบ่งมาถือเงินสดบ้าง
.
26) This too shall pass แล้วมันจะผ่านไป
.
บางวันเราผิดหวัง บางวันเราสมหวัง อย่าจมกับมัน ให้เดินไปข้างหน้า แล้วเวลาจะเยียวยา กลบฝังมันไปเอง ทุกอย่างมันจะผ่านไปได้ในที่สุด
.
27) เหตุผลที่ฟังดูเข้าท่ามากในวันนี้ กลับกลายเป็นเหตุผลที่ปัญญาอ่อนในวันรุ่งขึ้น
.
บางวันหุ้นตกหนักมากเพราะกังวลอเมริกาเลิก QE กังวลขึ้นดอกเบี้ย แต่วันรุ่งขึ้นกลับบวกอย่างแรง แล้วบอกว่าเมื่อวานขายมากเกินไป
.
28) อย่าเพียรหาสูตรสำเร็จ
.
เป็น VI ต้องยืดหยุ่น ปรับตัว เพราะถ้ามีสูตรที่ใคร ๆ ก็ทำได้ พอมีคนทำตามเยอะ ๆ มันก็จะไม่ได้ผล เช่น อย่าไปยึดติดว่าจะต้องซื้อแต่หุ้น PE ต่ำ อย่างบัฟเฟตเองก็มาซื้อหุ้นเทคที่มีกำไรสูงมีการเติบโต
.
29) ฟังเสียงตัวเธอเองบ้าง
.
“เมื่อมั่นคงในหลักกการ จงมั่นใจในผลลัพธ์” หลายครั้งที่เราชอบฟังเสียงคนอื่น คนที่เราคิดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่จริง ๆ ถ้าเราทำการบ้านมาดีแล้ว ก็ควรมั่นใจในตัวเองให้มาก
.
30) VI เป็นขบถเสมอ
.
VI จะไม่ตามกระแสสังคม ไม่เชื่อคนง่าย
VI จะไม่จำนนต่อกระแสสังคม แต่จะตอบโต้ด้วยความรู้ ไม่ใช่ความดื้อรั้น
VI จะถูกด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง ไม่ใช่ถูกเพราะคนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับคุณ
VI จงเป็น Lone Wolf ที่จะแข็งแกร่งกว่าการอยู่ในฝูง
.
31) ท่ามกลางความผันผวนมีโอกาส
.
VI ดำรงอยู่ได้เพราะมีความ mismatch ในระยะสั้น มันจะมีความไม่มีเหตุผลของราคากับกำไร แม้นายตลาดอาจจะขึ้นๆ ลงๆ เหมือนคนเป็นไบโพลาร์ แต่เขาไม่ใช่คนโง่ ในระยะยาว เค้ามีสติ ราคาจะวิ่งตามกำไรเสมอ
.
32) อยากเป็น VI ต้องรอดัชนี 400 จุด ?
.
จำเป็นหรือ ที่จะต้องหาหุ้นเจอตอนวิกฤตเท่านั้น หรือ จริง ๆ แล้ว ถ้าเราทำการบ้านอยู่ตลอด เราก็จะหาหุ้นเจอ เพราะในช่วงวิกฤตก็ยังมีหุ้นที่เติบโตได้อยู่ หุ้นต่ำกว่ามูลค่ามันมีอยู่ตลอด รอแค่เราไปเจอมันเท่านั้น
.
33) ไม่ต้องแสวงหา วิกฤตจะมาหาเราเอง
.
วิกฤติจะมาตอนเราไม่ทันตั้งตัวเสมอ เราแค่ต้องขี้ระแวงและระวังอย่างสม่ำเสมอ ไม่เคยมีใครรวยเพราะคาดการณ์วิกฤตได้ มันมีสัญญาณลวงเยอะ
.
34) Performance the name of the game
.
วิธีการไม่สำคัญเท่าผลลัพธ์ (ระยะยาว)
จะ VI, Technical, Fund Flow หรือ มโนศาสตร์ ทำแล้วได้กำไรก็ทำไปเถอะ แต่พี่โจเชื่อว่า จะดีกว่ามั้ยถ้าเดินไปในทางที่มีคนแผ้วถางไว้แล้ว นั่นก็คือทางแบบ VI
.
35) กูไม่กลัวมึง
.
มึง ในที่นี้คือ วิกฤต หรือช่วงเวลาที่เลวร้าย เราหลบมันไม่ได้ ยังไงก็ต้องมา เราต้องพร้อมเจอ แต่ให้เหลือ “ใจ” ของเราไว้ให้พร้อม
.
36) อย่าถัวจนตัวตาย
.
- อย่าถัวมั่ว ๆ ตายแน่นอน อย่าถัวเพื่อกลบเกลื่อนความผิด ทำให้จาก -50% เหลือ -25% แล้วสบายใจ
- ลองถามตัวเองว่า ตอนแรกเราประเมินราคาต่ำกว่ามูลค่าแล้วใช่มั้ย แล้วทำไมมันยังลงต่อล่ะ เพราะเราไม่เข้าใจมันตั้งแต่ต้นหรือเปล่า ถ้าใช่ให้หลีกเลี่ยงการถัว
- แต่ถ้าจะถัวก็ต้องมั่นใจในเหตุผลที่ชัดเจนมาก ๆ หรือไม่ก็เพราะเรายังมีหุ้นไม่มาก เราต้องมีการ limit position ไม่ให้ตัสเองตาย ถ้าสุดท้ายถ้ามันแย่จริง ๆ
.
37) รู้ว่าเป็นขี้ ไม่ต้องเอานิ้วไปจิ้ม
.
เพื่อให้สำเร็จ ไม่เพียงแต่หาหุ้นดี แต่ต้องหลีกเลี่ยงหุ้นเลวด้วย เพราะเราอาจหมดตัวได้ หุ้นตัวไหนเรารู้ว่าธรรมภิบาลไม่ดีก็อย่าไปยุ่ง โปรดจงรู้ว่า ขี้ในตลาดหุ้นไทยมีเยอะกว่าที่เราคิด
.
38) รู้ว่าจะตายที่ไหน อย่าไปที่นั่น
.
การกู้เงินเล่นหุ้น All in ตัวเดียว การพนัน ยาเสพติด เพื่อนไม่ดี ถ้าเรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ดีก็อย่างไปยุ่ง
.
39) วิธีการที่ผิด บางครั้งให้ผลที่ถูก
.
นาฬิกาที่เสีย ยังบอกเวลาที่ถูกได้ 2 ครั้งต่อวัน ทำให้เราสับสนได้ เพราะฉะนั้นในระยะยาว วิธีที่ผิดจะเอากำไรคืนจากเราไปทั้งหมด
.
40) คนฉลาดซื้อกองทุน (หุ้น)
.
ซื้อกองทุนรวมที่เป็นหุ้น ได้ผลตอบแทน 7-8% วิธีการแบบนี้คือการเกษียณสบาย อาจไม่รวย แต่รับรองว่าไม่จนแน่นอน
.
41) ต้นทุนของฝันที่เป็นจริง คือ “การลงมือทำ”
.
ถ้าฝันแล้วไม่ทำ คือ ฝันกลางวัน พลาดไปแล้ว ไม่เป็นไร ลงทุนช้า ไม่เป็นไร
เวลาเหมาะสุดที่จะเริ่มคือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เวลาที่เหมาะสมรองลงมาคือ “วันนี้”
.
42) เงินใช้สร้าง “ความสุข”
.
เราคือเจ้านายของเงิน ไม่ใช่ทาส เงินมีเอาไว้ใช้ เพื่อตัวเอง เพื่อคนที่รัก และเป็นประโยชน์ต่อสังคม เหมือนอย่างที่พี่โจถอนเงินให้ภรรยา 1,111,111 บาท จนพนักงานสาวที่ธนาคารแปลกใจ และอดที่จะถามไม่ได้ว่า พี่ถอนเงินไปทำอะไรคะ พร้อมกับพูดเล่น ๆ ต่อมาว่า “หนูอยากเป็นแฟนพี่บ้างจังเลย” ส่วนพี่โจตอบว่ายังไงให้ไปถามกันเอาเองครับ

No comments:

Post a Comment